ปรึกษาแพทย์ ทาง LINE

กรุงเทพ & พิษณุโลก นิติธรรมคลินิก

จันทร์ - อังคาร : 11:00 - 19:00
พฤหัสบดี - อาทิตย์ : 11:00 - 19:00
หยุดทุกวันพุธ
27
ก.ค.

ทำไมคนบางคนอายุมากแต่หน้าไม่หย่อนเลย เพราะอะไร?

เคยสังเกตไหมว่าบางคนอายุ 50 กว่าแต่หน้าดูกระชับกว่าคนที่อายุน้อยกว่าหลายปี ในขณะที่บางคนอายุไม่มากแต่หน้าเริ่มหย่อนชัดเจนแล้ว ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีสาเหตุที่ชัดเจนหลายอย่างอยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่สิ่งที่ติดมากับยีนไปจนถึงพฤติกรรมที่สะสมมาตลอดชีวิต

1. พันธุกรรม รากฐานที่กำหนดเพดานอายุของผิว

ปัจจัยแรกและทรงพลังที่สุดคือยีนที่ได้รับมาจากพ่อแม่ งานวิจัยจากการศึกษาแฝดพบว่าพันธุกรรมมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อความเร็วของการแก่ชราบนใบหน้า แม้แฝดที่เติบโตในสภาพแวดล้อมเดียวกันยังอาจแก่ชราในอัตราที่ต่างกันได้หากมียีนบางตัวที่แตกต่างกัน

ยีนที่ควบคุมคอลลาเจนและอีลาสติน

ยีน COL1A1 และ COL1A2 ควบคุมการสร้างคอลลาเจน Type I ซึ่งเป็นคอลลาเจนหลักในชั้นหนังแท้ คนที่มีความแปรปรวนของยีนเหล่านี้ในเชิงบวกจะผลิตคอลลาเจนได้มากกว่าและเสื่อมสลายช้ากว่าคนทั่วไป มีส่วนช่วยทำให้ผิวคงความแน่นและยืดหยุ่นได้ยาวนานกว่า

ยีนที่ควบคุมอีลาสตินก็ทำงานในลักษณะเดียวกัน คนที่มียีนส่งเสริมการสร้างอีลาสตินในระดับสูงจะมีผิวที่ยืดหยุ่นและดีดตัวกลับได้ดีกว่า แม้อายุมากขึ้น

ยีนที่ควบคุมการต้านอนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระ (Free Radicals) จากแสง UV ความเครียด และมลภาวะทำลายเส้นใยคอลลาเจนและเซลล์ผิวโดยตรง คนที่มียีนส่งเสริมระบบต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแกร่งจะสามารถซ่อมแซมความเสียหายเหล่านี้ได้เร็วกว่า ทำให้ผิวเสื่อมช้ากว่าคนทั่วไปที่รับแสงแดดหรือมลภาวะในปริมาณเท่ากัน

ยีนที่ควบคุมความหนาของผิว

ผิวหนาตามธรรมชาติมีชั้นหนังแท้ที่ใหญ่กว่า มีคอลลาเจนสะสมมากกว่า และใช้เวลานานกว่าที่ผิวจะเริ่มหย่อนชัดเจน คนเอเชียและคนผิวเข้มโดยทั่วไปมีผิวหนาและมีเม็ดสี Melanin มากกว่า ซึ่งช่วยกรองแสง UV ได้ดีกว่า ทำให้สัญญาณอายุปรากฏช้ากว่าในค่าเฉลี่ย

2. โครงสร้างใบหน้าที่ได้เปรียบตั้งแต่ต้น

นอกจากยีนที่ควบคุมผิวโดยตรง โครงสร้างทางกายวิภาคของใบหน้าก็มีบทบาทสำคัญมากที่หลายคนมองข้าม

กระดูกใบหน้าที่แข็งแรงและพยุงโครงสร้างได้ดี

คนที่มีโครงกระดูกใบหน้าที่แข็งแรงและโดดเด่น เช่น โหนกแก้มสูง กรามชัด และเบ้าตากว้าง มีโครงรองรับเนื้อเยื่อข้างบนได้ดีกว่า เมื่อกระดูกใบหน้าเริ่มสูญเสียความหนาแน่นตามอายุ เนื้อเยื่อก็ยังมีฐานค้ำยันเพียงพอส่งเสริมให้ผิวแลดูกระชับได้ยาวนานขึ้น

ไขมันในใบหน้า (Facial Fat Pads) ที่กระจายดี

Facial Fat Pads คือกลุ่มไขมันที่กระจายอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ของใบหน้า ทำหน้าที่พยุงโครงสร้างและให้ความอิ่มเต่ง คนที่มี Fat Pads ที่ใหญ่กว่าและกระจายตัวดีกว่า จะใช้เวลานานกว่าที่จะส่งผลให้ใบหน้าเริ่มแลดูขาดมิติความอิ่มเอิบและเริ่มสังเกตพบความหย่อนคล้อยขึ้นตามช่วงวัยเมื่อไขมันบนใบหน้าเริ่มฝ่อตามอายุ

เอ็นยึดใบหน้า (Facial Ligaments) ที่แข็งแรง

เอ็นยึดใบหน้าทำหน้าที่ยึดเนื้อเยื่อไว้กับโครงกระดูก คนที่มีเอ็นยึดที่แข็งแรงกว่าจะมีเนื้อเยื่อที่เลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วงได้ช้ากว่า มีส่วนช่วยทำให้หน้าคงรูปได้นานกว่า

3. ระดับฮอร์โมนที่ส่งผลต่ออายุของผิว

ฮอร์โมนมีบทบาทโดยตรงต่อการสร้างคอลลาเจนและความแน่นของผิว

เอสโตรเจนและผิวผู้หญิง

เอสโตรเจนกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและรักษาความชุ่มชื้นของผิว ผู้หญิงที่มีระดับเอสโตรเจนสูงกว่าในวัยเดียวกันหรือผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้ากว่าจะสูญเสียคอลลาเจนช้ากว่า จากการศึกษาเชิงวิชาการระบุว่า ในผู้หญิงอาจมีแนวโน้มสูญเสียปริมาณคอลลาเจนใต้ผิวพรรณได้โดยเฉลี่ยประมาณ 30% ในช่วงระยะเวลา 5 ปีแรกภายหลังการก้าวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงประกอบความเข้าใจทางสรีรวิทยา โดยอัตราการสูญเสียจริงและการตอบสนองของร่างกายย่อมมีความแตกต่างกันออกไปเฉพาะบุคคล ดังนั้นคนที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้ากว่าจึงได้เปรียบในเรื่องนี้อย่างชัดเจน

ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone)

Growth Hormone ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ คนที่ร่างกายผลิต Growth Hormone ในระดับที่ดีกว่า ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการนอนหลับที่ดีและการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะมีกระบวนการฟื้นฟูผิวที่มีประสิทธิภาพกว่า

4. พฤติกรรมที่สะสมมาตลอดชีวิต สิ่งที่เปลี่ยนแปลงผลได้มากหว่าปัจจัยอื่น

พันธุกรรมและโครงสร้างกำหนดเพดาน แต่พฤติกรรมกำหนดว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลจากเพดานนั้น คนที่อายุมากแต่หน้าไม่หย่อนมักมีพฤติกรรมร่วมกันหลายอย่าง

ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอมาตลอด

จากข้อมูลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า รังสี UV ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเกิดริ้วรอยก่อนวัยและความร่วงโรยของผิวพรรณ แสง UVA เจาะลึกถึงชั้นหนังแท้และทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินโดยตรง คนที่ทาครีมกันแดดทุกวันตั้งแต่อายุยังน้อยสะสมความเสียหายจากแสง UV น้อยกว่าคนที่อายุเท่ากันมาก ทำให้ผิวหย่อนคล้อยช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด

ไม่สูบบุหรี่หรือเลิกได้เร็ว

สารนิโคตินและสารเคมีอื่นๆ ในบุหรี่ทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินโดยตรง ลดเลือดที่ส่งไปเลี้ยงผิว และกระตุ้นเอนไซม์ที่ย่อยสลายคอลลาเจน คนที่ไม่สูบบุหรี่มาตลอดชีวิตจะมีแนวโน้มช่วยให้โครงสร้างผิวคงความยืดหยุ่นและเสื่อมสลายช้ากว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

รักษาน้ำหนักให้คงที่ตลอด

น้ำหนักที่ขึ้นลงบ่อยทำให้ผิวยืดและหดซ้ำๆ เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และ Facial Fat Pads เลื่อนตำแหน่งได้ง่ายขึ้น คนที่น้ำหนักคงที่มาตลอดจะมีโครงสร้างใบหน้าที่เสถียรกว่า

นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ

Growth Hormone หลั่งมากที่สุดในช่วงหลับลึก (Deep Sleep) และร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิวในช่วงนอนหลับ คนที่นอนหลับดีมาตลอดจะมีกระบวนการสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมผิวที่สม่ำเสมอกว่า ขณะที่คนที่นอนไม่หลับเรื้อรังจะมีคอร์ติซอลสูง ซึ่งยับยั้งการสร้างคอลลาเจนโดยตรง

จัดการความเครียดได้ดี

คอร์ติซอลจากความเครียดเรื้อรังยับยั้ง Fibroblast ไม่ให้สร้างคอลลาเจน กระตุ้นการอักเสบในชั้นผิว และเร่งการเสื่อมของเส้นใยผิว คนที่จัดการความเครียดได้ดีผ่านการออกกำลังกาย การนอนหลับ หรือการผ่อนคลายจึงมีผิวที่แก่ช้ากว่าคนที่ความเครียดสะสมมาก

รับประทานอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพผิว

โปรตีนเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างคอลลาเจน วิตามินซีจำเป็นสำหรับกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน สารต้านอนุมูลอิสระจากผักผลไม้ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ คนที่รับประทานอาหารที่มีสารอาหารเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิตจะมีพื้นฐานผิวที่แข็งแรงกว่า

ทำไมคนเอเชียหลายคนหน้าหย่อนคล้อยน้อยแม้อายุมาก

นี่คือสิ่งที่หลายคนสังเกตเห็นและมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับ คนเอเชียโดยทั่วไปมีข้อได้เปรียบหลายอย่างในเรื่องการแก่ชราของผิว

ผิวหนากว่าตามธรรมชาติทำให้มีคอลลาเจนสะสมมากกว่าในชั้นหนังแท้ เม็ดสี Melanin ที่มากกว่าช่วยกรองแสง UV ได้ดีกว่า ลดความเสียหายต่อเส้นใยคอลลาเจนจากแสงแดด และโครงสร้างใบหน้าที่มักมีโหนกแก้มสูงและไขมันใต้ผิวหนาช่วยพยุงเนื้อเยื่อได้นานกว่า

อย่างไรก็ตาม ข้อได้เปรียบเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าคนเอเชียจะไม่มีหน้าหย่อนเลย แต่มักปรากฏสัญญาณล่าช้ากว่าเมื่อเปรียบเทียบในวัยเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าพ่อแม่หน้าหย่อนเร็ว ลูกจะหน้าหย่อนเร็วด้วยไหม

มีโอกาสมากกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นเสมอ การดูแลผิวอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะการป้องกันแสง UV และการกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยชะลอสิ่งที่พันธุกรรมกำหนดไว้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

อายุเท่าไหรที่ควรเริ่มดูแลเชิงป้องกัน

ไม่มีเกณฑ์ตายตัว แต่โดยทั่วไปเมื่ออายุก้าวเข้าสู่ช่วงประมาณ 25 ปี กระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายอาจเริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเฉพาะบุคคล การเริ่มป้องกันตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเฉพาะเรื่องครีมกันแดดและการดูแลผิวพื้นฐาน จะให้ผลในระยะยาวมากกว่าการรอให้หน้าหย่อนแล้วค่อยรักษา

คนที่หน้าแลดูไม่หย่อนเลยในวัย 50-60 ไม่ต้องดูแลผิวเลยใช่ไหม

ไม่ใช่ครับ คนที่ดูไม่แก่มักดูแลผิวมาอย่างสม่ำเสมอตลอด แม้บางคนจะมีพันธุกรรมที่ดีกว่า แต่หากไม่ดูแลรักษาก็ยังสูญเสียคอลลาเจนและมีหน้าหย่อนได้ตามกาลเวลา เพียงแต่ช้ากว่าคนทั่วไป

ความที่ว่า “หน้าไม่หย่อนแม้อายุมาก” ไม่ใช่เรื่องของโชคล้วนๆ แต่เป็นผลรวมของพันธุกรรมที่ไม่อาจเปลี่ยนได้ โครงสร้างใบหน้าที่ได้รับมา และพฤติกรรมที่สะสมมาตลอดชีวิต แม้จะเปลี่ยนพันธุกรรมไม่ได้ แต่การเข้าใจว่าอะไรชะลอการหย่อนได้จริงคือก้าวแรกของการดูแลผิวให้ถูกทิศทาง

*การตรวจรักษาหรือทำหัตถการมีความเสี่ยงของการไม่ได้ผลลัพธ์ หรืออาจเกิดอันตรายและเกิดผลข้างเคียงได้ ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ

📍 นิติธรรมคลินิก สาขาพิษณุโลก

📍 นิติธรรมคลินิก สาขากรุงเทพฯ (สีลม)

ติดตามข่าวสารและโปรโมชัน: