ปรึกษาแพทย์ ทาง LINE
ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

กรุงเทพ & พิษณุโลก นิติธรรมคลินิก

จันทร์ - อังคาร : 11:00 - 19:00
พฤหัสบดี - อาทิตย์ : 11:00 - 19:00
หยุดทุกวันพุธ
28
ก.ย.

รอยแดงกับรอยดำจากสิวต่างกันอย่างไร? วิธีแยกประเภทรอยสิวเพื่อการดูแลผิวอย่างเหมาะสม

เมื่อผิวต้องเผชิญกับปัญหาสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน หลังจากสิวเริ่มทุเลาลงแล้ว มักจะทิ้งร่องรอยสิวเอาไว้ บางคนอาจเห็นรอยจุดสีแดงจางๆ ส่วนบางคนอาจเห็นรอยสีน้ำตาลเข้ม รอยทั้งสองแบบนี้คือรอยสิวที่เกิดจากกลไกการทำงานผิวที่แตกต่างกัน อีกทั้งวิธีดูแลก็ไม่เหมือนกันด้วย หากเลือกวิธีดูแลผิดจุด นอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการแล้ว อาจทำให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์ บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่ารอยแดงกับรอยดำจากสิวต่างกันอย่างไร พร้อมแนวทางการดูแลสิวและรอยสิว

รอยแดงสิวกับรอยดำสิว ต่างกันอย่างไร?

เมื่อสิวอักเสบยุบลงแล้ว ผิวบริเวณนั้นมักไม่กลับมาเรียบเนียนสม่ำเสมอ แต่จะทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็น รอยสิวที่พบได้บ่อยมีอยู่สองแบบ คือ รอยแดงและรอยดำ

รอยแดงจากสิว

รอยแดงเกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดฝอย (Capillary) บริเวณที่เคยมีการอักเสบของสิว เมื่อสิวเกิดการอักเสบ ร่างกายจะตอบสนองโดยส่งเลือดไปเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้นเพื่อนำเซลล์ซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเซลล์เม็ดเลือดขาวเข้าไปจัดการกับการอักเสบ กระบวนการนี้ทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวขยายตัวและคงสภาพขยายอยู่ระยะหนึ่งแม้สิวจะยุบตัวลงแล้ว จึงมองเห็นเป็นรอยสีแดงหรือสีชมพูอมส้มผ่านผิวชั้นบน

ลักษณะของรอยแดงมักมีขอบไม่ชัดเจน แลดูจางหรือเข้มขึ้นได้ตามอุณหภูมิของร่างกายหรือการไหลเวียนเลือด เช่น อาจแลดูแดงเข้มขึ้นเมื่อออกกำลังกายหรืออยู่ในที่อากาศร้อน

รอยดำจากสิว

รอยดำเกิดจากกระบวนการที่เรียกว่าภาวะเม็ดสีเพิ่มขึ้นหลังการอักเสบ (Post-inflammatory hyperpigmentation) เมื่อผิวมีการอักเสบรุนแรงหรือเป็นเวลานาน เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ในชั้นผิวจะถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้นเป็นกลไกตอบสนองต่อการอักเสบ ทำให้มีการสร้างเมลานินส่วนเกินสะสมอยู่ในชั้นผิว เมื่อเมลานินเหล่านี้ลอยตัวขึ้นมาใกล้ผิวชั้นบน จึงมองเห็นเป็นรอยสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มหรือสีเทาดำ

ลักษณะของรอยดำมักมีขอบชัดเจนกว่ารอยแดง และมีแนวโน้มแลดูเข้มขึ้นเมื่อโดนแสงแดดโดยตรง เนื่องจากรังสียูวีเป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานเพิ่มขึ้น

ตารางเปรียบเทียบรอยแดงและรอยดำจากสิว

หัวข้อรอยแดงสิวรอยดำสิว
สาเหตุการเกิดเส้นเลือดฝอยขยายตัวจากการอักเสบเม็ดสีเมลานินสะสมมากขึ้นหลังการอักเสบ
ลักษณะของสีสีชมพู สีแดง หรือออกม่วงจางๆสีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเข้ม จนถึงสีดำ
ผลกระทบจากแสงแดดเปลี่ยนแปลงน้อยแลดูเข้มขึ้นเมื่อโดนแสงแดด
ระยะเวลากว่าจะจางลงจางเร็วกว่า ประมาณ 1-2 เดือนอยู่นานกว่า ประมาณ 3-6 เดือน
แนวทางดูแลรอยสิวเลเซอร์กลุ่มดูแลหลอดเลือด ควบคู่การลดการอักเสบเลเซอร์ปรับสีผิว ควบคู่การป้องกันแสงแดด

*ผลลัพธ์และระยะเวลาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

วิธีแยกประเภทรอยแดงหรือรอยดำจากสิว

  • ลักษณะสีของรอยสิว รอยแดงจะมีสีแดงหรือชมพูอมส้ม ส่วนรอยดำจะมีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม
  • ช่วงเวลาที่รอยจางลง รอยแดงมักจางเร็วกว่าภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนรอยดำมักอยู่นานหลายเดือนหากไม่ได้รับการดูแล
  • รอยสิวหลังจากได้รับแสงแดด รอยดำมักแลดูเข้มขึ้นเมื่อโดนแสงแดดโดยตรง เนื่องจากรังสียูวีกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเพิ่มเติม ในขณะที่รอยแดงไม่ได้รับผลกระทบจากแสงแดดในลักษณะเดียวกัน
  • กดลงบนผิวเบาๆ บริเวณรอยสิว หากเป็นรอยแดงสิวอาจแลดูจางลงขณะกดเบาๆ เนื่องจากเป็นการไล่เลือดในเส้นเลือดฝอยชั่วคราว ส่วนรอยดำกดแล้วสีจะไม่จางลง เนื่องจากเป็นเม็ดสีที่สะสมอยู่ในชั้นผิว

แนวทางการดูแลรอยแดงและรอยดำจากสิว นิติธรรมคลินิก

นิติธรรมคลินิก เราให้ความสำคัญกับการดูแลสิวและรอยสิว โดยเน้นการออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับปัญหาผิว เนื่องจากสภาพผิวและความรุนแรงของสิวในแต่ละคนมีความแตกต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้ตรวจประเมินก่อนวางแผนโปรแกรมการดูแลที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

กลุ่มดูแลรอยแดงและรอยดำจากสิว

โปรแกรมที่แพทย์อาจพิจารณาใช้ในกลุ่มนี้ ได้แก่ โปรแกรม Pico Laser โปรแกรม ProYellow และโปรแกรม MiiN Laser ซึ่งแต่ละโปรแกรมมีคลื่นแสงและกลไกการทำงานต่างกัน ช่วยปรับสีผิวให้แลดูสม่ำเสมอขึ้น โดยแพทย์จะเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับลักษณะของรอยว่าเป็นรอยแดงจากหลอดเลือด หรือรอยดำจากเม็ดสี

กลุ่มดูแลสิวอักเสบและลดเชื้อสิว

เนื่องจากรอยแดงและรอยดำมักเป็นผลตามมาจากสิวอักเสบ การควบคุมต้นเหตุของสิวจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำควบคู่กันไป โปรแกรมในกลุ่มนี้ ได้แก่ โปรแกรม TheraClear โปรแกรมฉายแสง Light Therapy และโปรแกรม SylfirmXPlus ซึ่งช่วยลดเชื้อแบคทีเรียก่อสิวและลดการทำงานของต่อมไขมัน

กลุ่มดูแลหลุมสิวและกระชับรูขุมขน

สำหรับเคสที่มีทั้งรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาโปรแกรม Pico Laser โปรแกรม eMatrix หรือโปรแกรม SylfirmXPlus เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้นไปพร้อมกัน

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการดูแลสิว

ข้อแนะนำในการดูแลรอยสิวด้วยตัวเอง

การดูแลด้วยโปรแกรมจากแพทย์เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากไม่ปรับพฤติกรรมประจำวันร่วมด้วย รอยสิวอาจจางช้ากว่าที่ควรจะเป็น จึงควรดูแลผิวควบคู่กับวิธีการต่างๆ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบสิวเอง เพราะจะยิ่งกระตุ้นการอักเสบและเพิ่มโอกาสเกิดรอยดำใหม่
  • ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอทุกวัน โดยเฉพาะในรายที่มีรอยดำ เนื่องจากแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการขัดถูผิวแรงๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคืองในช่วงที่ผิวยังมีรอยอักเสบอยู่
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น

แม้รอยแดงและรอยดำจากสิวจะเกิดขึ้นหลังจากสิวหายเหมือนกัน แต่ทั้งสองรอยนั้นเป็นปัญหาผิวที่แตกต่างกัน มีสาเหตุต่างกัน อีกทั้งยังมีวิธีในการดูแลรอยสิวต่างกันด้วย การเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่แรกจะช่วยให้รอยสิวแลดูจางลงได้เร็วขึ้น หากไม่มั่นใจว่ารอยสิวที่มีอยู่เป็นรอยประเภทไหน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรอยสิว ซึ่งช่วยให้ทราบว่ารอยที่เป็นอยู่คือรอยแดงหรือรอยดำ และช่วยให้วางแผนดูแลได้สอดคล้องกับปัญหาของแต่ละคน

*อาการและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

*บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

📍 นิติธรรมคลินิก สาขาพิษณุโลก

📍 นิติธรรมคลินิก สาขากรุงเทพฯ (สีลม)

ติดตามข่าวสารและโปรโมชัน