หยุดลบรอยสักไปหลายเดือน กลับมาทำต่อต้องเริ่มใหม่หรือไม่?
หลายคนที่มีรอยสักบนผิวอาจมีช่วงเวลาที่อยากลบรอยสักให้จางลง หลังจากรับบริการเลเซอร์ลบรอยสักกับทางคลินิก บางครั้งอาจมีเหตุให้ต้องหยุดลบรอยสักกลางคัน เพราะเหตุผลส่วนตัวต่างๆ เช่น ไม่ค่อยมีเวลา งบประมาณจำกัด ต้องย้ายบ้านหรือหอพัก หรืออาจอยากพักการดูแลผิว
เมื่ออยากกลับมาลบรอยสักต่อหลังจากที่หยุดพักไปนานหลายเดือน หลายคนอาจสงสัยว่า เลเซอร์ลบรอยสักที่เคยทำไว้ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดไหม? อยากทำต่อควรต้องทำยังไงบ้าง? บทความนี้จะมาช่วยแนะนำแนวทางและขั้นตอนเตรียมตัว เพื่อช่วยให้คนที่อยากลบรอยสักสามารถวางแผนการเข้ารับบริการได้ง่ายขึ้น
หยุดลบรอยสักไปนาน ต้องเริ่มใหม่ไหม?
การเข้ารับบริการลบรอยสักแต่ละครั้ง เลเซอร์จะช่วยให้เม็ดสีแตกตัวและร่างกายค่อยๆ ขับออกไปตามกลไกของร่างกาย ถึงแม้ผู้เข้ารับบริการจะหยุดลบรอยสักไปก่อนที่จะครบจำนวนครั้งตามที่แพทย์นัดหมาย รอยสักที่จางลงแล้วจะไม่มีสีเข้มขึ้นกว่าเดิม นอกจากว่าจะมีการสักทับในบริเวณนั้น การเข้ารับบริการอีกครั้งจึงสามารถเริ่มทำต่อจากเดิมได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ โดยแพทย์จะประเมินรอยสักและสภาพผิวอีกครั้ง เพื่อวางแผนดูแลผิวให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ข้อมูลที่แพทย์ต้องประเมินเมื่อกลับมาลบรอยสักต่อ
แม้จะเคยประเมินผิวเพื่อรับบริการเลเซอร์ลบรอยสักมาก่อน แต่สภาพผิวและปริมาณหมึกที่เหลืออาจเปลี่ยนไปจากเดิม แพทย์จึงต้องเริ่มจากการตรวจบริเวณที่เคยลบรอยสัก เพื่อประเมินว่าควรลบรอยสักต่อจากเดิมด้วยแนวทางเดียวกับที่เคยทำครั้งก่อน หรือควรปรับแผนใหม่
สีหมึกที่เหลืออยู่บนผิว
แพทย์จะพิจารณาว่ารอยสักจางลงมากน้อยเพียงใด ยังมีสีใดหลงเหลือ และแต่ละบริเวณมีความเข้มต่างกันหรือไม่ แม้รอยสักจะจางลงไปบ้างแล้ว แต่หมึกแต่ละสีตอบสนองต่อเลเซอร์แตกต่างกัน แพทย์จะตรวจดูสีของรอยสักที่หลงเหลืออยู่ และวางแผนปรับคลื่นพลังงานให้เหมาะสมกับสีของรอยสัก
สภาพผิวของผู้เข้ารับบริการ
แพทย์จะตรวจดูสภาพผิวบริเวณที่เคยทำเลเซอร์ว่าผิวฟื้นตัวดีไหม มีรอยแดง รอยคล้ำ สีผิวจางลง ผิวไม่เรียบ หรือแผลเป็นที่เกิดขึ้นหลังทำครั้งก่อนหรือไม่ เพราะความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจมีผลต่อการกำหนดพลังงานเลเซอร์และช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้ารับบริการครั้งถัดไป
การตอบสนองต่อการดูแล
หากเคยเข้ารับบริการเลเซอร์ลบรอยสักมาแล้วหลายครั้ง แพทย์จะประเมินว่ารอยสักจางลงตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็นหรือไม่ หากรอยสักจางลงไปมากแล้ว แผนการรักษาในช่วงต่อไปอาจแตกต่างจากการลบเลเซอร์ในช่วงแรก
ประวัติที่ควรเตรียมตัวก่อนพบแพทย์
สำหรับผู้ที่เคยทำเลเซอร์จากที่อื่น หรือแม้แต่ผู้ที่รับบริการที่เดิมแต่เว้นระยะไปนาน การเตรียมข้อมูลประวัติการทำเลเซอร์มาให้แพทย์ทราบก่อนจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการวางแผนดูแลอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ควรเตรียมมาพูดคุยกับแพทย์ ได้แก่
- วันที่เข้ารับบริการครั้งล่าสุด เพื่อให้ทราบระยะเวลาที่ผิวได้พักฟื้น
- จำนวนครั้งที่เคยทำเลเซอร์ลบรอยสักไปแล้วทั้งหมด
- ชนิดของเครื่องเลเซอร์ที่เคยใช้ลบรอยสัก
- ภาพถ่ายเปรียบเทียบก่อนและหลังทำในแต่ละครั้ง
- อาการผิดปกติที่เคยเกิดขึ้นหลังทำเลเซอร์ครั้งก่อน เช่น รอยแดง รอยด่าง คัน หรือบวมช้ำ
หยุดลบรอยสักกลางคันเพราะมีปัญหาผิว ควรแจ้งแพทย์ยังไงบ้าง?
ผู้ที่หยุดลบรอยสักกลางคันเพราะมีปัญหาผิวหลังทำเลเซอร์ เช่น มีแผลพุพอง ผิวหนังอักเสบ เกิดรอยไหม้ หรือมีรอยด่างขาวด่างดำ หากเคยประสบปัญหาเหล่านี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
- ลักษณะอาการที่เกิดขึ้นหลังทำเลเซอร์และตำแหน่งที่มีอาการ
- ช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการและระยะเวลาที่อาการดำเนินอยู่
- ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแลผิวหลังทำเลเซอร์
- อาการที่ยังคงอยู่หรือกลับมาเป็นซ้ำ
- ประวัติการรักษาจากแพทย์หรือสถานพยาบาลอื่น
ข้อมูลผลข้างเคียงเดิมจะช่วยให้แพทย์วิเคราะห์สาเหตุว่าเกิดจากพลังงานสูงเกินไป หรือผิวตอบสนองไวเกินไป แพทย์สามารถปรับแนวทางใช้เลเซอร์ให้ระมัดระวังมากขึ้น พร้อมทั้งพิจารณาสั่งครีมบำรุงเพิ่มเติม เพื่อปกป้องผิวและลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม หากบริเวณรอยสักยังมีแผลเปิด อาการอักเสบ มีหนอง ปวดหรือบวมมากขึ้น ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ก่อนพิจารณาทำเลเซอร์ซ้ำ เพื่อหาสาเหตุและวางแผนดูแลผิวให้เหมาะสม
ลบรอยสักต่อต้องทำอีกกี่ครั้งถึงจะจางลง?
ข้อสงสัยที่พบบ่อยคือต้องเลเซอร์อีกกี่ครั้งรอยสักจึงจะจางลงจนสังเกตได้ยาก ในทางการแพทย์จะไม่ประเมินจำนวนครั้งที่เหลือล่วงหน้าหากยังไม่ได้ตรวจสภาพผิวและรอยสักจริงอย่างละเอียด ปัจจัยที่ส่งผลต่อความยากง่ายในการดูแลรักษามีทั้งความลึกของรอยสัก ชนิดของสีสักที่ใช้ รวมถึงอายุของรอยสักและสภาพผิวเดิม แพทย์จึงต้องประเมินแบบรายบุคคล
- สีของรอยสัก สีดำลบง่ายกว่าสีแดงหรือสีอ่อน
- ตำแหน่งที่สัก บริเวณแผ่นหลังหรือหน้าอกมีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นได้ง่ายกว่า
- ระดับความลึกของการสัก การสักด้วยเครื่องจะอยู่ในระดับเดียวกันทำให้ดูแลรักษาง่ายกว่าการสักด้วยมือ

การเตรียมผิวก่อนกลับมาเริ่มทำเลเซอร์อีกครั้ง
ก่อนถึงวันนัดหมายเพื่อกลับมาทำเลเซอร์ ผู้รับบริการควรเตรียมสภาพผิวและร่างกายให้พร้อม เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามแผนและลดความเสี่ยงที่ผิวจะระคายเคือง
- งดการสครับผิว หรือขัดถูบริเวณรอยสักอย่างรุนแรง
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดบริเวณรอยสักอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องอาการบวมช้ำ
- แจ้งรายการยาประจำตัว หรือวิตามินที่รับประทานอยู่ให้แพทย์ทราบ
วิธีดูแลผิวหลังกลับมาทำเลเซอร์อย่างต่อเนื่อง
หลังจากรับบริการเลเซอร์ลบรอยสัก ควรดูแลผิวโดยเน้นที่การปกป้องผิวที่กำลังอ่อนแอ หลีกเลี่ยงไม่ให้บริเวณที่ทำเลเซอร์โดนน้ำในช่วงวันแรก พร้อมทาครีมบำรุงหรือยาที่แพทย์แนะนำสม่ำเสมอ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดโอกาสเกิดสะเก็ดแผลแห้งตึง และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หากจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้งควรสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดเพื่อช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
สำหรับใครที่หยุดลบรอยสักไปนานหลายเดือน และมีแผนที่จะกลับมาทำเลเซอร์ต่อ นิติธรรมคลินิกมีบริการลบรอยสักด้วยโปรแกรม PicoCare เทคโนโลยีส่งพลังงานสูงในช่วงเวลาสั้นระดับพิโควินาที (Picosecond) พลังงานแสงจะทำให้เม็ดสีแตกตัวละเอียดเป็นอนุภาคขนาดเล็ก ร่างกายจึงขับออกได้ง่ายขึ้น หากสนใจเข้ารับบริการหรือปรึกษาวางแผนลบรอยสักต่อกับแพทย์ สามารถติดต่อนิติธรรมคลินิก เพื่อสอบถามแนวทางการดูแลและนัดหมายเข้ารับการตรวจที่นิติธรรมคลินิก สาขาพิษณุโลกหรือสาขากรุงเทพฯ สีลม
*อาการและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
*บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
*การตรวจรักษาหรือทำหัตถการมีความเสี่ยงของการไม่ได้ผลลัพธ์ หรืออาจเกิดอันตรายและเกิดผลข้างเคียงได้ ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ
📍 นิติธรรมคลินิก สาขาพิษณุโลก
- โทร: 097-251-3390
- LINE: @nititamclinic
📍 นิติธรรมคลินิก สาขากรุงเทพฯ (สีลม)
- โทร: 095-289-9998
- LINE: @nititamsilom
ติดตามข่าวสารและโปรโมชัน
- Facebook: นิติธรรม คลินิก












